พญ.มาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ หัวหน้าหน่วยโรคติดต่ออุบัติใหม่ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ โอมิครอน ว่ามีการพบผู้ติดเชื้อแล้วในอย่างน้อย 106 ประเทศและดินแดน นับตั้งแต่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา

แม้ตอนนี้ ดับเบิลยูเอชโอมี “ข้อมูลบางอย่าง” บ่งชี้ว่าอัตราการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากเชื้อโอมิครอน ต่ำกว่าเชื้อไวรัสโคโรนาตัวอื่นที่วนเวียนอยู่บนโลก หนึ่งในนั้นคือเชื้อเดลตา อย่างไรก็ตาม พญ.ฟาน เคิร์กโฮฟ กล่าวว่า ทุกฝ่ายยังไม่ควรด่วนสรุป ว่าเชื้อโอมิครอนรุนแรงมากกว่าหรือน้อยกว่าเชื้อเดลตา โดยตอนนี้เชื้อเดลตายังคงเป็นสายพันธุ์หลักของโควิด-19 บนโลก และผลการศึกษาวิจัยที่ออกมาตอนนี้ “ยังคงเป็นเพียงเบื้องต้น” เนื่องจากเชื่อโอมิครอน “ยังไม่ได้แพร่ระบาดนานพอ” และผลกระทบของเชื้อตัวนี้ต่อกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว “ยังคงจำกัด”

ทั้งนี้ พญ.ฟาน เคิร์กโฮฟ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเธอยังคงมองว่า โลกผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 “มาได้เพียงครึ่งทาง” ในช่วงของการเฉลิมฉลองปลายปี ดับเบิลยูเอชโอขอให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ถอดบทเรียนจากสถานการณ์เหล่านั้น เวลานี้มนุษย์มี “เครื่องมือมีประสิทธิภาพเพียงพอ” ใช้ต่อสู้กับโควิด-19 หากใช้อย่างถูกต้องและให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด เธอเชื่อว่า มนุษย์จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในปี 2565