ปากบอกว่าไม่เป็นไร แต่ข้างในไม่ไหวแล้ว หรือใจน่ะเศร้าแต่ก็ยังฝืนยิ้มฝืนหัวเราะไป อยากจะบอกว่าอย่าฝืนเลยถ้ารู้สึกเศร้า ก็ปลดปล่อยมันออกมา ไม่ต้องทนหรือเก็บมันเอาไว้ไม่ว่าจะเรื่องความรัก เรื่องครอบครัว เรื่องเรียน เรื่องงาน ถ้าเก็บเอาไว้ก็มีแต่จะทำร้ายตัวเอง และร่างกายก็จะแสดงออกด้วยอาการแปลก ที่คุณเองก็จะสังเกตได้ว่าตัวเองไม่เหมือนเดิม ลองมาสำรวจกันไหมว่าคุณมีครบทั้ง 7 อาการเลยหรือเปล่า ถ้ามีต้องรีบดูแลตัวเอง และหัวใจของคุณเองแบบด่วนๆ เลย

สัญญาณอันตราย เหนื่อยล้าจนไม่ไหวทั้งกายและใจ

อารมณ์เสียบ่อยเกินไป
ถ้าคุณต้องอยู่กับความเศร้าเป็นเวลานานๆ สภาพจิตใจของคุณจะไม่แข็งแรงพอที่จะรับมือกับเรื่องราวที่ซับซ้อนในชีวิตได้ ความอดทนคุณจะต่ำลง และคุณจะรู้สึกท้อใจได้โดยง่าย นั่นคือความผิดปกติทางอารมณ์อันมาจากความเศร้าที่เกาะกินอยู่ในใจคุณนานเกินไป มันเหมือนกับคุณแบกรับภาระอันหนักอึ้งเอาไว้บนสองบ่า พอเจอฟางเส้นสุดท้ายอารมณ์ของคุณก็พร้อมที่จะปริแตกลงมาทันที

คุณรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมด
เวลาที่ความเศร้าเกาะกุมจิตใจคุณ แม้ว่าจะไม่มีงานให้ทำมากนักแต่ทำไมคุณรู้สึกเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างรอบตัวดูจะไม่เหมือนปกติธรรมดาที่เคยเป็น คุณพยายามที่จะเรียกความรู้สึกตัวเองให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแต่ก็ทำได้ยากเต็มที และที่สำคัญคุณรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมด นั่นเป็นเพราะความเศร้าอยู่กับคุณนานเกินไป และมันค่อยๆ กัดกินความรู้สึกของคุณไปช้าๆ จนทำให้คุณรู้สึกว่าเรื่องราวรอบตัวนั่นแสนน่าเบื่อจนทำให้คุณไม่มีพลังจะทำอะไรต่อได้

พูดจาช้าลง
เมื่อคุณอยู่กับความเศร้า คุณจะไม่รู้สึกอยากพูดคุยกับใคร และทำให้คุณเบื่อหน่ายที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น เมื่อต้องเริ่มบทสนทนากับใครคุณจะตอบเขาได้ช้าลงกว่าปกติ และคุณจะรู้สึกได้ว่าคุณไม่สนุกไปกับบทสนทนา ที่ครั้งหนึ่งคุณเคยเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเลยทีเดียว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคุณต้องเผชิญหน้ากับความเศร้า ทำให้คุณยังไม่อยากพูดอะไรกับใคร คุณต้องการเวลา เพื่อเยียวยาสถานการณ์ในชีวิตให้ดีขึ้น